Satellitedirect – Highest Converting Tv To PC Product

Make Recurring Revenue With Spyprofits.com – Curiosity Pays Well!

Download Now

Original Post

Categories: ไม่มีหมวดหมู่ ป้ายกำกับ:,

Satellitedirect – Highest Converting Tv To PC Product

Make Recurring Revenue With Spyprofits.com – Curiosity Pays Well!

Download Now

Original Post

Categories: ไม่มีหมวดหมู่ ป้ายกำกับ:,

Satellitedirect – Highest Converting Tv To PC Product

Make Recurring Revenue With Spyprofits.com – Curiosity Pays Well!

Download Now

Original Post

Categories: ไม่มีหมวดหมู่ ป้ายกำกับ:,

กลับมาแล้วครับ

ตุลาคม 4, 2010 1 comment

เร่ร่อนไปนาน เปิดเว็บใหม่แล้วครับ แพะสยาม โดยแพะพอเพียง แล้วจะแวะมาอัพบ่อยๆครับ

Categories: ไม่มีหมวดหมู่

ข้อแนะนำในการเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงโดยทางเครื่องบิน

กุมภาพันธ์ 17, 2008 3 ของความคิดเห็น

การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงโดยการเดินทางทางอากาศเป็นเรื่องที่เจ้าของสัตว์ ควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบางสายการบินมักจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะเรื่องขนาด สายพันธ์ และน้ำหนัก ดังนั้นก่อนการเดินทางควรทำการตรวจสอบกับทางสายการบินให้แน่นอนก่อน

โดยทั่วไปสายการบินจะอนุญาตให้เจ้าของสัตว์นำสุนัขหรือแมวที่มีขนาดเล็กกว่า 15ปอนด์ หรือประมาณ 6.8 กก.โดยใส่ในกระเป๋าเดินทางสำหรับสัตว์ วางไว้ใต้เก้าอี้ผู้โดยสารได้ โดยบางสายการบินอาจบังคับให้มีสัตว์เลี้ยงในห้องผู้โดยสารไม่เกิน 2ตัว ถ้าน้ำหนักเกินกว่า หรือจำนวนสัตว์ที่เกินมานั้นจะส่งลงใต้ท้องเครื่องที่มีห้องปรับอุณหภูมิเฉพาะ และสุนัขที่มีขนาดใหญ่มากๆ น้ำหนักมากกว่า 35 กก.บางสายการบินจะให้ส่งผ่านระบบคลังสินค้า ดังนั้นควรทำการจองที่นั่งโดยระบุจำนวนสัตว์ด้วย

ระเบียบโดยทั่วไปของสายการบิน สัตว์เลี้ยงไม่ควรมีอายุต่ำกว่า 2เดือน และหย่านมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5วันก่อนการเดินทาง (ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศปลายทาง) ของประเทศไทย สุนัข แมวควรมีอายุไม่ต่ำกว่า4เดือน และผ่านการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน และวัคซีนยังไม่หมดอายุ

การเลือกจองตั๋วสายการบิน ควรเลือกสายการบินประเภทบินตรง หลีกเลี่ยงสายการบินที่มีการเปลี่ยนเครื่อง ควรเลือกจองตั๋วในกลางสัปดาห์ที่มีผู้โดยสารน้อยๆ หลีกเลี่ยงการเดินทาง วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ หรือ วันหยุดยาว

ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนให้เลือกเวลาเดินทางเวลาเช้าตรู่ หรือตอนดึกไปเลย ถ้าสภาพอากาศที่หนาวมากๆ ให้เลือกเวลาเดินทางในเวลากลางวัน

โดยทั่วไปแล้วข้อบังคับการบิน มีข้อบังคับไว้ว่า กรณีที่สายการบินไม่สามารถป้องกันการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่กระทบตัวสัตว์ ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 45 ฟาเรนต์ไฮนต์ เป็นเวลามากกว่า 45นาที ระหว่างการขนถ่ายจากตัวเครื่องไปยัง ตัวอาคารผู้โดยสารได้ ห้ามสายการบินนั้นๆ รับสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง ยกเว้นแต่จะมีใบรับรองจากสัตวแพทย์ระบุว่าสัตว์เลี้ยงตัวนั้นๆ สามารถทนต่อสภาพอุณหภูมิที่ต่ำ45 ฟาเรนต์ไฮนต์( แต่ไม่เกิน 85 ฟาเรนต์ไฮนต์ ) เป็นเวลามากกว่า 45นาที

สุนัขสายพันธ์ที่ควรระวังในเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ โดยเฉพาะสภาพอากาศที่ร้อน คือ สุนัขพันธ์หน้าสั้น เช่น บูลด็อก ปั๊ก มีโอกาสสูงที่จะเกิดภาวะ Heat stroke ได้ บางครั้งสัตว์อาจเสียชีวิตก่อนที่จะขึ้นเครื่องได้ เนื่องจากระหว่างการขนย้ายจากอาคารผู้โดยสาร ไปยังตัวเครื่อง ไม่มีเครื่องปรับอากาศ และสัตว์จะไปรออยู่ในพื้นที่ลำเลียงกระเป๋า ซึ่งอุณหภูมิจะสูงกว่าปกติควรกำชับเจ้าหน้าที่สายการบินให้ดี

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินแล้ว ก่อนการเดินทางให้ทำการตรวจเช็คสัตว์เลี้ยง และนำออกมาเดินเล่นบ้าง จากนั้นค่อยนำสัตว์เลี้ยงเข้ากรงแล้วแจ้งสายการบินเพื่อนำขึ้นเครื่อง ควรเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่สายการบินให้ระบุว่ามีสัตว์เลี้ยงเดินทางมาด้วยในเที่ยวบินนั้นๆ เพื่อให้นักบินได้ทำการเตรียมห้องสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยการให้มีออกซิเจน อุณหภูมิ และ ความดันภายในห้องเก็บสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมสำหรับสัตว์ เมื่อสุนัขมาถึงปลายทางแล้วให้นำสัตว์เลี้ยงออกมายืดเส้นยืดสายบ้าง

กรงเพื่อการขนย้ายสัตว์เลี้ยงควรมีลักษณะตามระเบียบสายการบินดังนี้

1.ขนาดควรใหญ่กว่าตัวสัตว์ ในระดับที่สามารถยืนได้โดยที่ตัวสัตว์ไม่แตะกับส่วนบนของกรง หรือให้กรงสูงจากหลังสัตว์ขณะยืนประมาณ 1คืบ สามารถหมุนตัวได้และนอนได้

2.ควรมีความแข็งแรงสูง ไม่มีคมและควรมีที่จับ

3.ส่วนพื้นกล่องควรกันน้ำรั่วออกและปูรองด้วยวัสดุที่ดูดซับน้ำได้ดี โดยมากจะใช้กระดาษหนังสือพิมฉีกเป็นเส้นๆ หรืออาจจะใช้แผ่นรองซับสำเร็จรูป ก็ได้

4.มีการทำเครื่องหมายที่กรงชัดเจน ระบุชื่อเจ้าของสัตว์ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และควรมีคำว่า LIVE ANIMALS และมีลูกศรชี้ขึ้นให้กรงอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง เอกสารสำคัญอื่นๆ เช่น Health certificate รูปถ่าย ใบวัคซีน ตัวจริงควรเก็บไว้กับตัวเจ้าของ เก็บสำเนาทั้งหมดใส่ซองกันน้ำและแปะไว้ที่กรง

5.ในฝั่งตรงข้ามของทั้งสองกรงควรมีรูระบายอากาศและพยายามฝึกสุนัขให้คุ้นเคยกับกรงก่อนการเดินทาง เพื่อไม่ให้สัตว์ตื่นกลัวมากเกินไปควรเอาเสื้อผ้าที่มีกลิ่นเจ้าของใส่เข้าไปในกรงด้วย เช่น ถุงเท้า เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว (แต่ยังไม่ซัก)

6.กรงต้องมีความแข็งแรงและแน่นหนา โดยเฉพาะส่วนประตูกล่องควรมีเชือกมัดทับไว้อีกชั้น เพื่อป้องกันกรงเปิดโดยไม่ตั้งใจ

ก่อนการเดินทางควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการให้อาหาร เพื่อความปลอดภัยควรให้สุนัขท้องว่าง แต่ก็ยังควรให้น้ำอยู่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดสัตว์ อายุ และระยะเวลาในการเดินทาง ในกรณีสัตว์บางตัวต้องการอาหารเป็นกรณีพิเศษ เช่นสัตว์ป่วยเป็นโรคไต ต้องกินอาหารแบบพิเศษ ควรเตรียมพร้อมไปด้วย ไม่แนะนำให้สัตว์เลี้ยงรับยาซึม หรือยาสลบอื่นในระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบิน

ลูกแพะอ่อนแอ ทำไงดี

วันนี้ขอไว้อาลัยให้กับเพื่อนที่ไม่เคยคุยกันเลยของผม รตอ.ธรณิศ ศรีสุข ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้กองแคนมันเป็นเพื่อนคนละห้องกับผม ไม่เคยคุยกัน แต่มันขึ้นรถ สาย8จากใน มข. มาโรงเรียนพร้อมกันกับผมทุกวัน แล้วก็สายไม่ทันเข้าแถวเหมือนกัน ทุกวัน แต่กิตติศัพท์มันลือเรื่อง ในด้านการชกต่อย ผมก็เลยรู้จักมัน(จากการอ่านชื่อที่เสื้อ และข่าวลือต่างๆจากเพื่อนในห้อง) แต่มันไม่รู้จักผมหรอก แต่มันก็ยิ้มให้ผมได้ทุกวัน ไปดีนะเพื่อน นายคือวีรบุรุษ

หายไปหลายวัน เกือบ 2อาทิตย์แน่ะ ครือว่า หาเรื่องมาเขียนไม่ได้ ครับ วันนี้ได้แวะเยี่ยมเว็บบอร์ดชุมทางแพะ เห็นคำถามของคุณศักดิ์สิทธิ์ ก็เลยมีไอเดียมาบ้างก็ขอเล่าเลยนะครับ กลุ่มอาการลูกแพะอ่อนแอแรกคลอด ยืนไม่ได้ 2-3 วันก็ตาย หรือยืนได้แต่ ยืนไม่มั่นคง ขากางเหมือนแมงมุม ทั้งๆที่พยายามป้อนนมก็แล้ว กกไฟก็แล้ว ยิ่งถ้าปล่อยแม่เลี้ยงโดยธรรมชาติโอกาสตายสูงมากครับ แน่นอนครับมันต้องมีสาเหตุ แต่ฟันธงตรงเผงคงไม่ได้ เพราะมันมีได้หลายสาเหตุ สาเหตุต่างๆเช่น

1.ง่ายๆเลยครับโดนแพะตัวอื่นเหยียบเมื่อคืน ลูกแพะจะเจ็บปวดและไม่กินนม แล้วก็ตาย
2.ลูกแพะไม่ได้กินนมน้ำเหลืองอย่างทันท่วงที
3.ลูกแพะคลอดก่อนกำหนด อาจจะได้รับสาเหตุการแท้งต่างๆ เช่น ทอกโสพลาสมา ที่สำคัญระวังบรูเซลโลซิสนะครับ
4 อากาศหนาวเย็นเกินไปตอน แรกคลอด แม่แพะเป็นแม่มือใหม่

นี่เป็นสาเหตุคร่าวๆ มันอาจจะมีอีกแต่ขี้เกียจพูดเพราะมันลงลึกเกินไปเสียคอนเซป แพะพอเพียงหมด 4ข้อมันคงไม่ยากเกินไปสำหรับท่านในการแก้ปัญหา เพราะมันเชื่อมโยงไปถึงการจัดการของท่าน

1.ลูกแพะโดนเหยียบ แก้ยังไง ก็แยกแม่แพะใกล้คลอดออกมาเลี้ยงเดี่ยวๆ ที่สำคัญ แพะมันชอบออกลูกตอนกลางคืน หมั่นตรวจดูนะครับ

2.ลูกแพะไม่ได้กินนม ก็ต้องป้อนครับ ภายใน 8 ชม.หลังคลอดต้องให้มันกินนมน้ำเหลืองให้เร็วที่สุด เพราะถ้าช้ากว่านั้นลูกแพะจะดูดซึมภูมิคุ้มกันในนมน้ำเหลืองได้น้อยลง ถ้าอ่อนแอมากๆก็ต้องป้อนล่ะครับงานนี้

3.ข้อสามนี้ป้องกันยากครับ ขึ้นอยู่กับดวงของท่าน โดยเฉพาะบรูเซลโลซีส ป้องกันได้แต่ถ้าท่านสมัครใจอยู่กับมันก็ระวังตัวหน่อยแล้วกันครับ (ทอกโสพลาสมา มีข้อมูลน้อยมากขอผ่านเลยแล้วกัน แล้วจะหามาให้ใหม่ ส่วนบรูเซลโลซิส ก็พูดมาเยอะแล้ว ลองอ่านดู)

4.อุณหภูมิในร่างกายต่ำ อันนี้แก้ง่ายๆครับ ก็หลอดไฟ กก เข้าไป แต่โดยความคิดส่วนตัวแล้วเราอ่านกันมามากๆ ก็ตามตำราฝรั่ง เพราะบ้านมันเป็นเมืองหนาวมาก โอกาศเกิดสูง แต่ผมคิดว่าในบ้านเราปัจจัยที่สำคัญคือเรื่องลมโกรก ครับ โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ตามเชิงเขา และทางเหนือ ก็ระวังหน่อยนะครับ

เอาเป็นว่า ถ้าท่านพบลูกแพะที่อ่อนแอ แล้ววัดอุณหภูมิได้ ต่ำกว่า 100 ฟาเรนต์ไฮต์ ก็สันนิษฐานได้ว่า ลูกแพะท่านอาจเกิดภาวะช็อคเนื่องอุณหภูมิต่ำแก้ไขโดย เอาลูกแพะแช่ในน้ำอุ่นๆ (ถ้ากลัวมือเปียก ก็ไดร์เป่าผมนี่แหละครับ) หรือเอาหลังมือแตะพออุ่นๆ จากนั้นก็นวด ตามปลายเท้าทั้ง 4 ปลายหาง ประมาณ ซัก 5 นาที่ จากนั้นก็เอามาเช็ดตัวให้แห้ง เปิดไฟกกไว้ตลอด ดูแล้วถ้าลูกแพะมีอาการดีขึ้น ก็ให้น้ำเกลือซักหน่อย เข้าใต้หนังก็ได้ครับ ซัก 60ซีซี แล้วก็รีดนมน้ำเหลืองมาให้ลูกแพะกิน ระวังสำลักนะครับ

อีกอันนึงแม่แพะตัวไหนมีนมน้ำเหลืองเยอะๆอย่าทิ้งนะครับรีดเก็บไว้ แล้วแช่ฟรีซ ใช้ได้นาน วิธีการเพื่อไม่ให้นมน้ำเหลืองเสื่อมคุณภาพ ก็พยายามต้มที่อุณหภูมิ ไม่เกิน 40องศาเซลเซียส วิธีคือต้มน้ำไห้ได้ ประมาณ 40-50องศาเซลเซียส แล้วเอา ใส่กระติกที่เก็บอุณหภูมิดีๆ เช่นกระติก เทอมอส ที่เขาเอาไว้เก็บกับข้าวให้ร้อนอยู่เสมอ ถ้าไม่มีก็กระติกน้ำแข็งธรรมดานี่แหละครับ แล้วเอานมน้ำเหลืองใส่ลงไป (เอาออกมาตั้งทิ้งไว้ให้ละลายบ้าง) ปิดฝาให้แน่น ดูจนกว่านมจะละลายหมด ก็พอเอามาใช้ได้ครับ เหมาะมากเวลาเจอลูกแพะอ่อนแอ

อีกอย่างเน้นย้ำนะครับ ที่ผมพูดมาไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด แต่ให้ท่านยึดหลักการคือ พยายามทำให้ลูกแพะอุณหภูมิร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติ และได้รับนมน้ำเหลืองให้เร็วที่สุด อันไหนอ่านแล้ว ไม่แน่ใจว่าทำได้หรือเปล่า อย่าฝืนทำนะครับ ปรึกษาสัตวแพทย์ใกล้บ้านท่าน จะเป็นทางออกที่ดีกว่า

ทำไมแพะผมถึงตาย?

ในช่วงหน้าฝนที่ฝนตกไม่ยอมหุยดและฝนชุกๆอย่างนี้ ผมมักได้รับคำถามเสมอๆว่า ทำไมแพะถึงตาย ส่วนมากหลังจากการสอบถามโทรศัพท์ มีหลากหลายอาการ และทำการรักษาไม่รอด คำถามนี้มันก็ตอบยากนะครับ เพราะมันเป็นกลุ่มอาการ เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่พอสรุปคร่าวๆได้ 3 สาเหตุที่ทำไห้แพะตาย

1.ปรสิต หรือ พยาธินั่นเอง เจ้าตัวปัญหาที่พบประจำในพื้นที่บ้านเรา ตามสภาพภูมิอากาศ อาการหลักๆ ที่แพะสุดที่รักท่าน น่าจะเป็นพยาธิ คือ ตาซีด ขนหยาบ ไม่ค่อยมีแรง

พยาธิถือได้ว่าเป็นโรคประจำตัวของแพะในหน้าฝนเลยก็ว่าได้ ยิ่งร้อนสลับฝนด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่ แต่เรามีข้อแก้ไขนะครับ นั่นคือ การเลี้ยงปล่อยแปลงหญ้าแบบหมุนเวียน

ทำไมต้องสลับเปลี่ยนแปลงหญ้า ก็เพราะว่า พยาธิมันไม่มีขาครับ เดินไปไม่ได้ มันต้องอาศัยตัวแพะในการแพร่กระจายโรค เพราะฉนั้น แปลงหญ้าใหม่พลพรรคพยาธิมันก็ไปไม่ได้ มันอยู่แปลงไหนแปลงนั้น เมื่อไม่มีแพะให้มันสิงสถิตย์ มันก็ตายจากไป

แต่ช้าก่อน พยาธิพวกนี้มันอยู่ในขี้แพะ ตรงไหนมีการเล็มกินกับพื้นมากๆ ก็ติดง่ายมาก แต่ท่านใดปล่อยแปลงที่มีไม้พุ่มมากๆ ก็โอกาสเป็นพยาธิน้อยลง แนะนำให้ท่านมีแปลงหญ้า ซักประมาณ 3แปลงเป็นอย่างน้อย เลี้ยงหมุนเวียนคราวละ 21วัน ทำไมต้อง 21 วัน เนื่องจากวงจรชีวิตพยาธิส่วนใหญ่ มันจะโตเต็มวัยในช่วง 21 วัน

ท่านที่ผสมอาหารเอง ก็แนะนำให้ผสมอาหารจำพวกพืชน้ำมันมากขึ้น เช่น กากปาล์ม กากเมล็ดนุ่น เพื่อให้มันเคลือบลำไส้ กันพยาธิเกาะผนังลำไส้ ยาที่ให้ก็น่าจะเป็น ไอเวอร์เมคติน ฉีด กับกรอกอัลเบนดาโซล ไม่แนะนำให้ทำการถ่ายพยาธิแบบเป็นตารางเช่นเดือนละครั้ง

ถ้าจะให้ดีการถ่ายพยาธิควรทำเมื่อมีปริมาณมาก เช่นเข้าหน้าฝน หรืออาจจะส่งขี้ไปตรวจก็ได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการดื้อยา (หรือว่าบ้านเราดื้อหมดแล้ว?) หรือเมื่อฝนตกหนัก เก็บขี้ไปตรวจ บอกแลบด้วยว่าให้ตรวจปริมาณไข่พยาธิด้วย จากนั้นก็ทำการถ่ายพยาธิอาทิตย์ละครั้ง 3ครั้งติดต่อกัน เมื่อครบ 3ครั้งแล้วก็เก็บขี้ไปตรวจแบบเดิม แล้วท่านจะพบว่ายาที่ท่านให้ไปพยาธิมันดื้อหรือเปล่า โดยดูจากปริมาณไข่ที่ลดลง

2.โรคที่เป็นกันมากแต่ไม่ค่อยมีใครคาดคิด มุ่งแต่พยาธิอย่างเดียว บิดครับบิด หรือคอคซิเดียที่เคยกล่าวไปแล้วนั่นเอง ข้อควรจำคือมักเป็นใน แพะที่อายุต่ำกว่า 10เดือน อาการเด่นๆคือ แพะแกร็นไม่ค่อยโต ท้องกาง ขนหยาบ ทั้งนี้เชื้อพวกนี้มันมีสาเหตุเนื่องจากการที่คอกขาดสุขลักษณะที่ดี พูดง่ายๆก็คือ สกปรกครับสกปรก

โรคนี้ติดต่อง่าย รักษายาก แต่ป้องกันง่าย(เอ๊ะยังไง?) การป้องกันคือยกพื้นสูงตามแบบฉบับที่แนะนำทั่วไป แต่มีข้อเพิ่มเติมคือพยายามให้มีแอ่งมุมซอกหลืบมากนัก และให้มีคอกระบายน้ำที่ดีแห้งง่าย สาเหตุเพราะเชื้อพวกนี้มันไปกับน้ำครับ น้ำไปถึงไหน เชื้อไปถึงนั่นครับ รางน้ำให้ล้างทุกวัน และพยายามอย่าให้แพะขี้ลงน้ำได้ครับ หรือไม่ก็ผสมยากันบิดลงไปในน้ำกิน(แต่ยาแพงบรรลัยเลย)

3.โรคขาดแร่ธาตุ หน้าฝนนี้แร่ธาตุบางอย่างถูกชะไป หรือบางพื้นที่อาจจะขาดแร่ธาตุหรือมีปริมาณน้อย แต่ที่ฟังๆมาก็มักจะพบว่าขาด ซีลีเนียม แก้ไขโดยการฉีดและเพิ่มอาหารคุรภาพดี เช่นแพงโกล่า อัลฟาฟา ก็คงพอช่วยได้บ้าง

พวกนี้รายละเอียดมันค่อนข้างเยอะ บางท่านอาจจะมีข้อมูลดีๆช่วยกันบอกด้วยครับ เพื่อพัฒนาวงการแพะของเรา

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.