การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงโดยการเดินทางทางอากาศเป็นเรื่องที่เจ้าของสัตว์ ควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบางสายการบินมักจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะเรื่องขนาด สายพันธ์ และน้ำหนัก ดังนั้นก่อนการเดินทางควรทำการตรวจสอบกับทางสายการบินให้แน่นอนก่อน
โดยทั่วไปสายการบินจะอนุญาตให้เจ้าของสัตว์นำสุนัขหรือแมวที่มีขนาดเล็กกว่า 15ปอนด์ หรือประมาณ 6.8 กก.โดยใส่ในกระเป๋าเดินทางสำหรับสัตว์ วางไว้ใต้เก้าอี้ผู้โดยสารได้ โดยบางสายการบินอาจบังคับให้มีสัตว์เลี้ยงในห้องผู้โดยสารไม่เกิน 2ตัว ถ้าน้ำหนักเกินกว่า หรือจำนวนสัตว์ที่เกินมานั้นจะส่งลงใต้ท้องเครื่องที่มีห้องปรับอุณหภูมิเฉพาะ และสุนัขที่มีขนาดใหญ่มากๆ น้ำหนักมากกว่า 35 กก.บางสายการบินจะให้ส่งผ่านระบบคลังสินค้า ดังนั้นควรทำการจองที่นั่งโดยระบุจำนวนสัตว์ด้วย
ระเบียบโดยทั่วไปของสายการบิน สัตว์เลี้ยงไม่ควรมีอายุต่ำกว่า 2เดือน และหย่านมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5วันก่อนการเดินทาง (ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศปลายทาง) ของประเทศไทย สุนัข แมวควรมีอายุไม่ต่ำกว่า4เดือน และผ่านการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน และวัคซีนยังไม่หมดอายุ
การเลือกจองตั๋วสายการบิน ควรเลือกสายการบินประเภทบินตรง หลีกเลี่ยงสายการบินที่มีการเปลี่ยนเครื่อง ควรเลือกจองตั๋วในกลางสัปดาห์ที่มีผู้โดยสารน้อยๆ หลีกเลี่ยงการเดินทาง วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ หรือ วันหยุดยาว
ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนให้เลือกเวลาเดินทางเวลาเช้าตรู่ หรือตอนดึกไปเลย ถ้าสภาพอากาศที่หนาวมากๆ ให้เลือกเวลาเดินทางในเวลากลางวัน
โดยทั่วไปแล้วข้อบังคับการบิน มีข้อบังคับไว้ว่า กรณีที่สายการบินไม่สามารถป้องกันการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่กระทบตัวสัตว์ ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 45 ฟาเรนต์ไฮนต์ เป็นเวลามากกว่า 45นาที ระหว่างการขนถ่ายจากตัวเครื่องไปยัง ตัวอาคารผู้โดยสารได้ ห้ามสายการบินนั้นๆ รับสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง ยกเว้นแต่จะมีใบรับรองจากสัตวแพทย์ระบุว่าสัตว์เลี้ยงตัวนั้นๆ สามารถทนต่อสภาพอุณหภูมิที่ต่ำ45 ฟาเรนต์ไฮนต์( แต่ไม่เกิน 85 ฟาเรนต์ไฮนต์ ) เป็นเวลามากกว่า 45นาที
สุนัขสายพันธ์ที่ควรระวังในเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ โดยเฉพาะสภาพอากาศที่ร้อน คือ สุนัขพันธ์หน้าสั้น เช่น บูลด็อก ปั๊ก มีโอกาสสูงที่จะเกิดภาวะ Heat stroke ได้ บางครั้งสัตว์อาจเสียชีวิตก่อนที่จะขึ้นเครื่องได้ เนื่องจากระหว่างการขนย้ายจากอาคารผู้โดยสาร ไปยังตัวเครื่อง ไม่มีเครื่องปรับอากาศ และสัตว์จะไปรออยู่ในพื้นที่ลำเลียงกระเป๋า ซึ่งอุณหภูมิจะสูงกว่าปกติควรกำชับเจ้าหน้าที่สายการบินให้ดี
เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินแล้ว ก่อนการเดินทางให้ทำการตรวจเช็คสัตว์เลี้ยง และนำออกมาเดินเล่นบ้าง จากนั้นค่อยนำสัตว์เลี้ยงเข้ากรงแล้วแจ้งสายการบินเพื่อนำขึ้นเครื่อง ควรเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่สายการบินให้ระบุว่ามีสัตว์เลี้ยงเดินทางมาด้วยในเที่ยวบินนั้นๆ เพื่อให้นักบินได้ทำการเตรียมห้องสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยการให้มีออกซิเจน อุณหภูมิ และ ความดันภายในห้องเก็บสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมสำหรับสัตว์ เมื่อสุนัขมาถึงปลายทางแล้วให้นำสัตว์เลี้ยงออกมายืดเส้นยืดสายบ้าง
กรงเพื่อการขนย้ายสัตว์เลี้ยงควรมีลักษณะตามระเบียบสายการบินดังนี้
1.ขนาดควรใหญ่กว่าตัวสัตว์ ในระดับที่สามารถยืนได้โดยที่ตัวสัตว์ไม่แตะกับส่วนบนของกรง หรือให้กรงสูงจากหลังสัตว์ขณะยืนประมาณ 1คืบ สามารถหมุนตัวได้และนอนได้
2.ควรมีความแข็งแรงสูง ไม่มีคมและควรมีที่จับ
3.ส่วนพื้นกล่องควรกันน้ำรั่วออกและปูรองด้วยวัสดุที่ดูดซับน้ำได้ดี โดยมากจะใช้กระดาษหนังสือพิมฉีกเป็นเส้นๆ หรืออาจจะใช้แผ่นรองซับสำเร็จรูป ก็ได้
4.มีการทำเครื่องหมายที่กรงชัดเจน ระบุชื่อเจ้าของสัตว์ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และควรมีคำว่า LIVE ANIMALS และมีลูกศรชี้ขึ้นให้กรงอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง เอกสารสำคัญอื่นๆ เช่น Health certificate รูปถ่าย ใบวัคซีน ตัวจริงควรเก็บไว้กับตัวเจ้าของ เก็บสำเนาทั้งหมดใส่ซองกันน้ำและแปะไว้ที่กรง
5.ในฝั่งตรงข้ามของทั้งสองกรงควรมีรูระบายอากาศและพยายามฝึกสุนัขให้คุ้นเคยกับกรงก่อนการเดินทาง เพื่อไม่ให้สัตว์ตื่นกลัวมากเกินไปควรเอาเสื้อผ้าที่มีกลิ่นเจ้าของใส่เข้าไปในกรงด้วย เช่น ถุงเท้า เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว (แต่ยังไม่ซัก)
6.กรงต้องมีความแข็งแรงและแน่นหนา โดยเฉพาะส่วนประตูกล่องควรมีเชือกมัดทับไว้อีกชั้น เพื่อป้องกันกรงเปิดโดยไม่ตั้งใจ
ก่อนการเดินทางควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการให้อาหาร เพื่อความปลอดภัยควรให้สุนัขท้องว่าง แต่ก็ยังควรให้น้ำอยู่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดสัตว์ อายุ และระยะเวลาในการเดินทาง ในกรณีสัตว์บางตัวต้องการอาหารเป็นกรณีพิเศษ เช่นสัตว์ป่วยเป็นโรคไต ต้องกินอาหารแบบพิเศษ ควรเตรียมพร้อมไปด้วย ไม่แนะนำให้สัตว์เลี้ยงรับยาซึม หรือยาสลบอื่นในระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบิน
Filed under: เรื่องราวสัตว์อื่น | Tagged: สุนัข, เครื่องบิน, เดินทาง, แมว
หวัดดีค่ะ
รบกวนถามหน่อยนะคะว่า ถ้าหากจะส่งน้องหมาจากประเทศชิลี (อเมริกาใต้) น่ะค่ะ มายังประเทศไทย ไม่ทราบว่าพอจะมีเวบไหนจัดการรับ-ส่งแบบ door to door ได้บ้างคะ หรือมีสายการบินไหนที่แนะนำได้บ้าง เพราะตอนนี้เช็ครากับ Air france มาแพงมากๆๆๆๆๆเลย ฮือๆๆ ยังไงรบกวนอีเมล์ตอบให้ด้วยจะขอบพระคุณมากเลยค่ะ
ขอโทษที่มาตอบช้าครับบล็อกนี้ไม่ค่อยได้มาอัพเดต นานมาที
ถ้าเป็นdoor to door คงยากครับ แต่ถ้าให้ส่งมา cargo แล้วให้ชิปป้งเค้าเอาไปส่งที่บ้านให้ยังพอไหว
ลำดับขั้นตอนดังนี้
1.ติดต่อทำ import permit ที่ไทยก่อนครับ
2.ส่ง permit ไปชิลี
3.ให้คนที่ชิลีเดินเรื่องส่งหมามาทางระบบ cargo ค่าส่งจะถูกกว่า หิ้วขึ้นเครื่องเอง
4.เมื่อหมามาถึงไทยค่อยให้ชิปปิ้งเคลียร์ หมาออก แล้วให้เขาไปส่งน่าจะได้
รายละเอียดเรื่องเอกสารลองคุยกับ ชิปปิ้งดูครับ
ชื่อ คุณเดี่ยว 0816944913